TH EN

Corporate's Background

บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งเมื่อปี 2528 และเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบทุกมิติ มีเป้าหมายเพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 บริษัทมีทุนจดทะเบียน 9,000,000,000 บาท คิดเป็นหุ้นสามัญ 9,000,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 1 บาท และทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 8,667,826,432 บาท คิดเป็นหุ้นสามัญ 8,667,826,432 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท

พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค มุ่งมั่นสร้างสรรค์โครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทุกกลุ่ม เป้าหมาย ทุกความต้องการ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ตั้งแต่ระดับราคา 1 ล้านบาท ถึง 150 ล้านบาท ในหลากหลายทำเล ทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑล และต่างจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ ทั้ง เชียงใหม่ หัวหิน และเขาใหญ่ รวมถึงการขยายการลงทุนไปในต่างประเทศ โดยเข้าไปดำเนินธุรกิจสกีรีสอร์ทและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บนเกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ยังขยายการลงทุนไปในธุรกิจโรงแรม ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มีบริษัทในกลุ่ม ได้แก่ บริษัท วีรีเทล จำกัด (มหาชน) ที่ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าและค้าปลีก รวมทั้งยังมีการร่วมทุนกับบริษัทชั้นนำของต่างประเทศ ได้แก่ บริษัท ซูมิโตโม ฟอเรสทรี จำกัด ประเทศญี่ปุ่น, ฮ่องกง แลนด์ และ บริษัท เซกิซุย เคมิคอล จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมกันสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

เป้าหมายการดำเนินงานในธุรกิจหลักของบริษัท คือการส่งมอบที่อยู่อาศัยคุณภาพ เพื่อสร้างความสุขที่สมบูรณ์แบบ ภายใต้แนวคิด HAPPY LIVING โดยยึดหลักดำเนินงานอย่างมีจริยธรรม ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม และรับผิดชอบต่อสังคม มุ่งเน้นการสร้างความสุขแก่ผู้อยู่อาศัยในทุกรายละเอียด เพื่อให้ได้รับความพอใจสูงสุด ทั้งการคัดเลือกทำเลที่ตั้งโครงการ การพัฒนารูปแบบโครงการ โดยเน้นที่คุณภาพสินค้าและคุณภาพการอยู่อาศัย ตั้งแต่การออกแบบที่สวยงามมีความลงตัวและเกิดประโยชน์ใช้สอยสูงสุด การเพิ่มความร่มรื่นภายในโครงการด้วยสวนและทะเลสาบ เพื่อสร้างบรรยากาศธรรมชาติ การจัดให้มีสโมสรส่วนกลางและบริการต่างๆ เพื่อความสะดวกสบายของผู้อยู่อาศัย จัดกิจกรรมในช่วงเทศกาลต่างๆ เพื่อให้เกิดสังคมและมิตรภาพระหว่างเพื่อนบ้านภายในโครงการ ตลอดจนการดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้บริษัทใส่ใจและทุ่มเทในการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ ตลอดจนเสริมสร้างความสุขในการพักอาศัย ทำให้โครงการของบริษัทได้รับการตอบรับด้วยดีตลอดมา และสร้างความภูมิใจให้กับผู้อยู่อาศัยในโครงการของกลุ่มบริษัทพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค...

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

ปี 2561
  • บริษัทได้ร่วมทุนกับ บริษัท เซกิซุย เคมิคอล จำกัด ผู้นำในธุรกิจรับสร้างบ้านของประเทศญี่ปุ่นจัดตั้งบริษัทร่วมทุน คือบริษัท พีเอฟ–เซกิซุย เจวี จำกัด (PF–Sekisui JV Co., Ltd.) โดยจะร่วมกันพัฒนาโครงการบ้านที่ก่อสร้างด้วยระบบโมดูลาร์ ในเฟสต่อเนื่องของโครงการเพอร์เฟค มาสเตอร์พีซ เบื้องต้นใน 4 โครงการ ทำเล กรุงเทพกรีฑา, รามคำแหง, แจ้งวัฒนะ และ รัตนาธิเบศร์ รวมจำนวน 74 ยูนิต มูลค่ารวมประมาณ 2,230 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มบ้านระดับบนที่ชื่นชอบเทคโนโลยีและนวัตกรรม
  • บริษัท และบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (“GRAND”) ได้ร่วมลงนามในสัญญาความร่วมมือร่วมกับบริษัท ซูมิโตโม ฟอเรสทรี สิงคโปร์ [Sumitomo Forestry (Singapore) Ltd.] จัดตั้งบริษัทร่วมทุน คือ บริษัท แกรนด์ ริเวอร์ ฟอเรสท์ จำกัด เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนเจริญนคร บนพื้นที่กว่า 8 ไร่ มูลค่าโครงการประมาณ 10,000 ล้านบาท กำหนดเปิดตัวโครงการและเริ่มก่อสร้างในปี 2562 คาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จในปี 2566
  • บริษัทจับมือพันธมิตร ร่วมพัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด “เพอร์เฟค สมาร์ท ซิตี้” นำโดย “เอไอเอส” พร้อมให้บริการเครือข่ายอัจฉริยะ NB-IoT กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ครั้งแรกในเมืองไทย รองรับการใช้งานอุปกรณ์และบริการ IoT เต็มรูปแบบ ร่วมด้วย“ซัมซุง” นำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ยกระดับคุณภาพชีวิต และ “โมไบค์” ร่วมบริการจักรยานสาธารณะอัจฉริยะ
  • บริษัทได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือกับ ฮ่องกง แลนด์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลก โดยได้มีการตั้งบริษัทร่วมทุน คือ บริษัท เอชเคแอล เพอร์เฟค จำกัด (HKL Perfect Co.,Ltd ในเบื้องต้นจะร่วมกันพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์ 2 โครงการ ในทำเลแจ้งวัฒนะ และทำเลโซนตะวันออกของกรุงเทพ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 10,000 ล้านบาท และยังมีเป้าหมายที่จะร่วมมือกันในระยะยาว โดยมีแผนร่วมทุนพัฒนาโครงการต่อเนื่อง
  • บริษัทได้มีการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมขึ้น ภายในคิโรโระ รีสอร์ท เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อ “ยู คิโรโระ (YU Kiroro)” โดยมีมูลค่าโครงการกว่า 4,000 ล้านบาท เป็นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการแรกภายในสกีรีสอร์ทของบริษัท
ปี 2560
  • บริษัทได้ร่วมทุนกับบริษัท ซูมิโตโม ฟอเรสทรี จำกัด และ บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) จัดตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อ บริษัท แกรนด์ สตาร์ จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการไฮเอนด์ลักช์ชัวรี่คอนโดมิเนียมใจกลางเมือง
  • บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (“GRAND”) ได้จัดให้มีการประชุมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2560 โดยได้มีมติที่สำคัญดังต่อไปนี้
    - ลดทุนจดทะเบียนจากทุนจดทะเบียนเดิม 2,889,040,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียน 2,889,039,237 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 2,889,039,237 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
    - เพิ่มทุนจดทะเบียนจากทุนจดทะเบียนเดิม 2,889,039,237 บาท เป็นทุนจดทะเบียน 5,000,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 2,110,960,763 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
    - จัดสรรและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกใหม่จำนวน 866,711,771 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Right Offering) ในอัตราส่วน 10 หุ้นเดิมต่อ 3 หุ้นใหม่ ในราคาเสนอขายหุ้นละ 1 บาท
    - จัดสรรและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกใหม่จำนวน 1,244,248,992 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท รวมทั้งหุ้นสามัญที่คงเหลือหลังจากการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามข้อ ค) ให้แก่บุคคลในวงจำกัด
  • ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 ได้มีมติการขายหุ้นสามัญทั้งหมดที่บริษัทถืออยู่ในบริษัท ดาราฮาร์เบอร์ จำกัด จำนวน 26,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 65 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของดาราฮาร์เบอร์ให้แก่บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ที ยูทิลิตี้ส์ จำกัด (“TU”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้ชำระเพิ่มทุนจดทะเบียน โดยเรียกชำระเพิ่มเติมจากทุนจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้น 60.00 ล้านบาท ในอัตราร้อยละ 50 คิดเป็นเงิน 30.00 ล้านบาท และได้เรียกชำระครบทั้งจำนวน รวมทุนจดทะเบียนและทุนที่เรียกชำระแล้ว จำนวน 75.00 ล้านบาท ทั้งนี้ ตามที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 4/2560 เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2560 ได้มีมติอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นใน TU จากเดิมร้อยละ 40 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 45 นอกจากนี้ ณ 31 ธันวาคม 2560 TU ได้อยู่ระหว่างการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจากเดิม 75.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 300.00 ล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนในโครงการต่างๆ ของ TU
  • บริษัทได้มีการแปลงหนี้ใน Kiroro Resort Holdings เป็นทุนโดยการเพิ่มทุนจดทะเบียนของ Share Group จำนวน 1,205,000,000 เยน เป็นหุ้นบุริมสิทธิ จำนวน 241,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 5,000 เยน ทำให้ปัจจุบัน Property Perfect International ถือหุ้นใน Kiroro Resort Holdings คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 98.10
ปี 2559
  • บริษัทได้เข้าร่วมลงทุนกับบริษัท เอสซีไอ อิเลคตริค จำกัด (มหาชน) ใน บริษัท ที ยูทิลิตี้ส์ จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 40 ซึ่งมี แผนในการลงทุนในธุรกิจสาธารณูปโภค โดยปัจจุบัน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีทุนจดทะเบียนและทุนที่เรียกชำระแล้ว จำนวน 15,000,000 บาท
  • ที่ประชุมคณะกรรมการของ KRH ได้มีมติอนุมัติการจัดตั้ง Kiroro Resort Development Co., Ltd. เพื่อประกอบธุรกิจพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ โดยมีทุนจดทะเบียน 30 ล้านเยน KRH มีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 100
  • ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทย่อย (บริษัท วีรีเทล จำกัด (มหาชน) (“วีรีเทล”)) ได้มีมติอนุมัติจัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อบริษัท ออลล์ ดิสเคาท์ จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจค้าปลีกโดยมีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท (หุ้นสามัญ 1,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 100 บาท) (เรียกชำระร้อยละ 25) และ วีรีเทลมีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 50
  • ที่ประชุมวิสามัญผ้ถู ือห้นุ ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2559 ได้มีมติอนุมัติการจัดสรรห้นุ สามัญเพิ่มทุนของบริษัทจำ นวน ไม่เกิน 1,300 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อเสนอขายเป็นคราวๆ ให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) และ ออกตราสาร วงเงินไม่เกิน 100 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือสกุลเงินอื่นเทียบเท่า
ปี 2558
  • ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2558 มีมติดังนี้
    • ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทเปลี่ยนแปลงวิธีการชำระค่าตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท ไทย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (“ไทยพร็อพ”) ที่ตอบรับบริษัทถึงการเข้าซื้อกิจการของไทยพร็อพ ด้วยวิธีการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ ไทยพร็อพ โดยบริษัทจะชำระค่าตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นของไทยพร็อพที่ตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นตัวเงิน ในอัตราหุ้นละ 0.57 บาทเพียงวิธีเดียวเท่านั้น
    • ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทเปลี่ยนแปลงวิธีการชำระค่าตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (“แกรนด์แอสเสท”) ที่ตอบรับบริษัทถึงการเข้าซื้อหลักทรัพย์ของแกรนด์แอสเสทด้วยวิธีการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของแกรนด์แอสเสท โดยบริษัทจะชำระค่าตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นของแกรนด์แอสเสท ที่ตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นตัวเงินในอัตราหุ้นละ 1.29 บาทเพียงวิธีเดียวเท่านั้น ทั้งนี้เนื่องจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของ แกรนด์ แอสเสท ได้อนุมัติให้จ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นในอัตรา 20 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล ดังนั้นราคาในการเข้าทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของหุ้นแกรนด์ แอสเสท จึงเปลี่ยนเป็นหุ้นละ 1.29 บาท
    • ได้มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้ลดทุนจดทะเบียนของบริษัท จากทุนจดทะเบียนเดิม 10,737,610,610 บาท ให้เหลือทุนจดทะเบียน 5,960,980,722 บาท แบง่ ออกเเป็นหุ้นสามัญ 5,960,980,722 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 1 บาท ด้วยการตัดหุ้นสามัญจดทะเบียนที่สำรองไว้เพื่อรองรับการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท ไทย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) รวมทั้งหุ้นสามัญที่ได้สำรองไว้เพื่อรองรับการปรับสิทธิให้แก่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 1/2555 (PF-W3) รวมทั้งสิ้นจำนวน 4,776,629,888 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
    • ได้มีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท จากทุนจดทะเบียนเดิม 5,960,980,722 บาท ให้เป็นทุนจดทะเบียน 7,900,000,000 บาท กล่าวคือ ให้เพิ่มทุนจดทะเบียนขึ้นอีก 1,939,019,278 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่เป็นจำนวน 1,939,019,278 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
    • ได้มีมติอนุมัติให้จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท จำนวนไม่เกิน 1,928,031,552 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ออกจัดสรรและเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท ตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Rights Offering) ในอัตราจัดสรร 3 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ (ในกรณีที่มีเศษหุ้นจากการคำนวณให้ปัดทิ้ง) ในราคาเสนอขาย หุ้นละ 1 บาท และให้นำหุ้นสามัญที่ออกใหม่ จำนวนไม่เกิน 10,987,726 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท สำรองไว้เพื่อรองรับการปรับสิทธิให้แก่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 1/2555 (PF-W3)

    ปัจจุบัน บริษัทได้ออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 1,806,495,077 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,806,495,077 บาท และมีการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ (PF-W3) จำนวน 78,379,700 บาท

  • จัดตั้งเงินลงทุนในการร่วมการค้า ในนามชื่อ บริษัท ดาราฮาร์เบอร์ จำกัด โดยมีทุนจดทะเบียนและทุนที่เรียกชำระแล้ว 400,000,000 บาท ทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้ว จำนวน 200,000,000 บาท บริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 65
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนใน บมจ. วีรีเทล ตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Right Offering) ในอัตราส่วน 1 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ ในราคาหุ้นละ 1.10 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 1,300,985,485.80 บาท ทำให้บริษัทถือหุ้นใน บมจ. วีรีเทล เท่ากับ ร้อยละ 94.98
ปี 2557
  • บมจ. วีรีเทล ได้ลดทุนจดทะเบียนและทุนที่ออกและชำระแล้วจาก 6,337,678.570 บาท (หุ้นสามัญ 1,267.535,714 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท) เป็น 1,330,912,499.70 บาท โดยการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญ จากหุ้นละ 5 บาท เป็นหุ้นละ 1.05 บาท และนำทุนที่ลดลงจำนวน 5,006,766,070.30 บาท ไปลดส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นและชดเชยขาดทุนสะสมของวีรีเทลตามลำดับ และได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1,330,912,499.70 บาท เป็นจำนวน 4,761,824,999.40 บาท (หุ้นสามัญ 4,535,071,428 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.05 บาท)
  • Property Perfect International ได้มีการแปลงหนี้ใน Share Group เป็นทุนโดยการเพิ่มทุนจดทะเบียนของ Share Group จำนวน 500,000,000 เยน แบ่งเป็นจำนวนหุ้น 100,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 5,000 เยน และนำหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวเสนอขายให้แก่ Property Perfect International แล้ว Share Group จึงนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนดังกล่าวกลับไปชำระหนี้ให้แก่ Property Perfect International ทำให้ปัจจุบัน Property Perfect International ถือหุ้นใน Share Group คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 95.61 (เดือนพฤศจิการยน 2557 Share Group เปลี่ยนชื่อเป็น Kiroro Resort Holdings)
  • ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2557 เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2557 ได้มีมติอนุมัติการเข้าซื้อกิจการ บมจ. ไทย พร็อพเพอร์ตี้ และ บมจ. แกรนด์ แอสเสท ตามแผนการเข้าซื้อกิจการ รวมทั้งอนุมัติการดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอันได้แก่ การเพิ่มทุนและการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทเพื่อเป็นสิ่งตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นของกับบมจ. ไทย พร็อพเพอร์ตี้ และ บมจ. แกรนด์ แอสเสท ที่ตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์
  • เพิ่มทุนจดทะเบียน บจ. เพอร์เฟค สปอร์ต คลับ จำนวน 45,000,000 บาท รวมเป็นทุนจดทะเบีนทั้งหมด 50,000,000 บาท และมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 25,000,000 บาท
  • ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 ได้มีมติจำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทที่ถืออยู่ใน บมจ. กรุงเพท บ้านและที่ดิน ให้แก่ บมจ. แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการสำหรับการซื้อขายหุ้นดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ บมจ. แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ ในวันที่ 9 ธันวาคม 2557
ปี 2556
  • คณะกรรมการบริษัทมีมติซื้อทรัพย์สินทั้งหมดคืนจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ที่ราคา 505,000,000 บาท และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟคได้จดทะเบียนเลิกกองทุนในเดือนมีนาคม
  • จัดตั้งบริษัทย่อยชื่อ บจ. เชียงใหม่ ดีเวลลอปเมนท์ โดยมีทุนจดทะเบียนและทุนที่เรียกชำระแล้ว 200,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 2,000,000 หุ้นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท บริษัทถือหุ้นร้อยละ 100
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนใน บมจ. วีรีเทล ตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถือ (Right Offering) ในอัตราส่วน 8 หุ้นเดิมต่อ 5 หุ้นใหม่ ในราคา 1.10 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 500,400,000 บาท ทำให้บริษัทถือหุ้นในบมจ. วีรีเทล เท่ากับร้อยละ 93.31
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนใน บจ. ยูนิลอฟท์ เซอร์วิส ซึ่งเป็นบริษัทย่อย อีกจำนวน 4,900,000 บาท จากทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วเดิม 100,000 บาท โดยเรียกชำระในอัตราร้อยละ 25 คิดเป็นเงิน 1,225,000 บาท รวมเป็นทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วมูลค่า 1,325,000 บาท
  • ลงทุนใน บจ. มารียา สตัฟฟ์ ซึ่งมีสิทธิการเช่าในที่ดิน บริเวณ เขตบางกะปิ ด้วยวิธีการซื้อหุ้นสามัญ ทั้งหมดในราคา 350,000,000 บาท ทำให้ บจ. มารียา สตัฟฟ์ เป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นร้อยละ 100 (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น บจ. รามอินทรา มอลล์)
  • จัดตั้งและร่วมลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ยูนิลอฟท์ ซึ่งรับโอนกรรมสิทธ์ในหอพักใกล้กับ มหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา) จากบริษัท โดยกองทุนอสังหาริมทรัพย์ยูนิลอฟท์มีทุนจดทะเบียนทั้งหมด 515,000,000 บาท แบ่งเป็นจำนวนหุ้น 51,500,000 บาท มูลค่าหุ้นละ 10 บาท
ปี 2555
  • ลงทุนในประเทศญี่ปุ่น โดยการนำบริษัทย่อยคือ Property Perfect International เข้าลงทุนโดยการเข้าเป็นผู้ถือหุ้นใน Share Group (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Kiroro Resort Holdings) ในสัดส่วนร้อยละ 69.01 ซื้อทรัพย์สินคือ โครงการคิโรโระ รีสอร์ท ซึ่งตั้งอยู่ ณ เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรายละเอียดของทรัพย์สิน ประกอบด้วย ที่ดินประมาณ 292 ไร่ โรงแรม จำนวน 2 โรงแรมรวม 422 ห้อง รวมถึงทรัพย์สินในการประกอบกิจการโรงแรม เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเล่นสกี
  • บริษัทชำระค่าหุ้นเพิ่มเติมให้แก่ บจ. ยูแอนด์ไอ คอนสตรัคชั่น กรุงเทพ อีกหุ้นละ 50 บาท รวมเป็นทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 100,000 บาท บริษัทยังคงถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100
  • ลงทุนในหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บมจ. วีรีเทล ซึ่งเป็นบริษัทย่อยจำนวน 363,912,024 หุ้นในราคาเสนอขายหุ้นละ 1.10 บาท รวมเป็นเงิน 400,303,226.40 บาทซึ่งทำให้บริษัทถือหุ้นใน บมจ. วีรีเทล รวมทั้งสิ้น 727,824,048 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 91.05
ปี 2554
  • เพิ่มทุนใน บจ. ไบรท์ ดีเวลลอปเมนท์ กรุงเทพ จำนวน 500,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 1,000,000,000 บาท ทำให้บริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100
  • จัดตั้ง บจ. ยูแอนด์ไอ ดำเนินธุรกิจก่อสร้าง ทุนจดทะเบียน 100,000,000 บาท และ ทุนเรียกชำระแล้ว จำนวน 50,000,000 บาท บริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100
  • เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นของบริษัท จากมูลค่าเดิมที่ตราไว้ หุ้นละ 6 บาท ให้เป็นหุ้นละ 1 บาท
  • จัดตั้ง บจ. เพอร์เฟค พรีแฟบ บริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทและบริษัท เซ็นเตอร์ ออฟ สแตนดาร์ด พรีคาสท์ จำกัด โดยมีทุนจดทะเบียน 10,000,000 บาท และ เรียกชำระ 2,500,000 บาท บริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51
  • จัดตั้ง บจ. ยูนิลอฟท์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) บริษัทย่อย ทุนจดทะเบียน 100,000 บาท บริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100
  • เพิ่มทุนจดทะเบียน บจ.  เพอร์เฟค สปอร์ต คลับ จำนวน 4,000,000 บาท รวมเป็นทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาท เพื่อนำไปลงทุนในธุรกิจทรูคอฟฟี่ภายในสโมสรของโครงการ
  • ซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท ไดโดมอน กร๊ป จำกัด (มหาชน) ในลักษณะเฉพาะเจาะจง (Private Placement) และซื้อหุ้นจากถือหุ้นเดิมทุกรายโดยการทำคำเสนอซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ (Mandatory Tender Offer)
  • ขายหุ้นสามัญของ บจ. เซ็นเตอร์ พ้อยท์ ช็อปปิ้ง มอลล์ ที่ถืออยู่ ทั้งหมดให้แก่ บริษัท ไดโดมอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในราคา 400,200,000 บาท โดยบริษัทจะรับชำระค่าขายด้วยหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท ไดโดมอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น บมจ. วีรีเทล
ปี 2553
  • มกราคม 2553
  • เพิ่มเงินลงทุนในบริษัท เอสเตท เพอร์เฟ็คท์ จำกัด (“เอสเตทฯ ”) โดยการซื้อหุ้นสามัญออกใหม่ของเอสเตทฯ จำนวน 20 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท รวมเป็นเงิน 200 ล้านบาท เพื่อเป็นการรักษาสัดส่วนการถือ หุ้นของบริษัท
  • ยกเลิกการร่วมทุนกับ บริษัท ทิมเบอร์ไลน์ อินเวสเม้นท์ พีทีอี. ลิมิเต็ด ซึ่งถือหุ้นร้อยละ 40 ในบริษัท เซ็นเตอร์ พ้อยท์ ช็อปปิ้ง มอลล์ จำกัด โดยการซื้อหุ้นคืนจากผู้ร่วมทุน จำนวน 4,000 หุ้นๆ ละ 100 บาท รวมเป็นเงิน 400,000 บาท ทำให้บริษัทถือหุ้นในบริษัท เซ็นเตอร์พ้อยท์ ช็อปปิ้ง มอลล์ จำกัด ร้อยละ 99.99
  • เพิ่มเงินลงทุนในบริษัทย่อย “บริษัท เซ็นเตอร์พ้อยท์ ช็อปปิ้ง มอลล์ จำกัด” จำนวน 499 ล้านบาท จากเดิมที่มี ทุนจดทะเบียน 1.0 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท ทำให้ทุนจด ทะเบียนใหม่ของบริษัทย่อยนี้ มีจำนวน 500 ล้านบาท และเรียกชำระเพียงร้อยละ 30 ของทุนที่เพิ่มใหม่ หรือ เท่ากับ 149.7 ล้านบาท ทำให้ทุนเรียกชำระแล้วของบริษัทเท่ากับ 150.7 ล้านบาท
  • ซื้อกิจการใน บริษัท เรสซิเดนท์ นัมเบอร์ ไนน์ จำกัด โดยการซื้อหุ้นจำนวนร้อยละ 100 เพื่อต้องการนำที่ดินใน บริษัท เรสซิเดนท์ นัมเบอร์ ไนน์ จำกัด มาพัฒนา

  • เมษายน 2553
  • แต่งตั้งกรรมการและกรรมการอิสระเพิ่มเติมอีก 1 ท่าน รวมเป็น 5 ท่าน ทำให้จำนวนกรรมการบริษัท มีทั้งสิ้น 12 ท่าน
  • ยกเลิกการออกและเสนอขายหุ้นกู้ในส่วนที่เหลือจำนวน 80 ล้านบาท ตามที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2551 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2551
  • อนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ทุกประเภทและรูปแบบ (มีหลักประกันหรือไม่มีหลักประกัน) ภายในวงเงินไม่เกิน 4,000 ล้านบาท อายุไม่เกิน 5 ปี เสนอขายภายในประเทศต่อประชาชนทั่วไป และ/หรือนักลงทุนประเภทสถาบัน และ/หรือนักลงทุนเฉพาะเจาะจง ทั้งหมดหรือบางส่วน ทั้งภายในประเทศและ/หรือต่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อนำเงินที่ได้จากการเสนอขายไปพัฒนาโครงการ ซื้อที่ดิน และเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท

  • พฤษภาคม 2553
  • อนุมัติจำนวนวงเงินคงเหลือ (Outstanding) ของตั๋วแลกเงินระยะสั้น ณ ขณะใดขณะหนึ่งไม่เกิน 2,000 ล้านบาท

  • สิงหาคม 2553
  • ไถ่ถอนคืนหุ้นกู้มีประกันของบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2552 มูลค่า 520 ล้านบาท ซึ่งครบกำหนดไถ่ถอน พ.ศ.2555 ก่อนกำหนด

  • พฤศจิกายน 2553
  • อนุมัติการออกตั๋วแลกเงินเพิ่มเติม ในวงเงินไม่เกิน 1,000 ล้านบาท และ พิจารณาวงเงิน Outstanding ณ ขณะใด ขณะหนึ่ง ไม่เกิน 3,000 ล้านบาท
ปี 2552
  • เมษายน 2552
  • จัดสรรกำไรส่วนหนึ่งเป็นเงินสำรองตามกฎหมาย จำนวน 40 ล้านบาท และอนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.36 บาท รวมเป็นเงิน 283,579,783.20 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 14 พฤษภาคม 2552 (Record Date) และให้รวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 15 พฤษภาคม 2552 เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผล และบริษัทจะจ่ายเงินปันผลภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2552
  • จ่ายเงินค่าตอบแทนพิเศษ(โบนัส) สำหรับผลการดำเนินงานปี 2551 ให้แก่คณะกรรมการบริษัทในวงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาท โดยมอบหมายให้ประธานกรรมการเป็นผู้พิจารณาจัดสรรเงินค่าตอบแทน
  • จ่ายเงินค่าตอบแทนในรูปเบี้ยประชุมให้แก่คณะกรรมการบริษัทประจำปี 2552 ภายในวงเงินไม่เกิน 7.5 ล้านบาท
  • แต่งตั้งให้ผู้สอบบัญชีของบริษัท สำนักงาน เอินส์ท แอนด์ ยัง จำกัด โดยนายณรงค์ พันตาวงษ์ ผู้สอบบัญชีรับ อนุญาตทะเบียนเลขที่ 3315 และ/หรือนางสาวทิพวัลย์ นานานุวัฒน์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทะเบียนเลขที่ 3459 และ/หรือนางสาวศิราภรณ์ เอื้ออนันต์กุล ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทะเบียนเลขที่ 3844 เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท ประจำปี 2552 และกำหนดเงินค่าตอบแทนให้ผู้สอบบัญชีภายในวงเงินไม่เกิน1.65 ล้านบาท

  • สิงหาคม 2552
  • ออกตั๋วแลกเงินระยะสั้น ในวงเงินไม่เกิน 1,000 ล้านบาท

  • พฤศจิกายน 2552
  • เพิ่มเงินลงทุนในหุ้นสามัญ บริษัท ไบรท์ ดีเวลลอปเมนท์ กรุงเทพ จำกัด-บริษัทย่อย จำนวน 499 ล้านบาท แบ่งเป็น หุ้นสามัญจำนวน 4,990,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เพื่อเป็นการรักษาสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อย
  • ออกตั๋วแลกเงินระยะสั้น เพิ่มเติม ในวงเงินไม่เกิน 1,000 ล้านบาท
ปี 2551
  • เมษายน 2551
  • อนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ทุกประเภทและรูปแบบ (มีหลักประกันหรือไม่มีหลักประกัน) ภายในวงเงินไม่ เกิน 2,000 ล้านบาท อายุไม่เกิน 5 ปี เสนอขายภายในประเทศต่อประชาชนทั่วไป และ/หรือนักลงทุนประเภท สถาบัน และ/หรือนักลงทุนเฉพาะเจาะจง ทั้งหมดหรือบางส่วน ทั้งภายในประเทศและ/หรือต่างประเทศ โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อนำเงินที่ได้จากการเสนอขายไปซื้อที่ดินพัฒนาโครงการ ชำระหนี้ที่มีต้นทุนทางการเงินสูง และ เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท
  • จัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (“กองทุนฯ ”) มูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนฯ มีจำนวน 520 ล้านบาท โดยเป็นการลงทุนซื้อที่ดิน และบ้านพักอาศัยประเภทบ้านเดี่ยว 2 ชั้นจำนวน 64 หลัง และประกัน รายได้ขั้นต่ำเป็นระยะเวลา 5 ปี นอกจากนั้นบริษัทได้ลงทุนในกองทุนฯ ในสัดส่วนร้อยละ 5.73 ของมูลค่าหน่วย ลงทุน และเพิ่มการลงทุนในกองทุนฯ เป็นสัดส่วนร้อยละ 6.46 (ณ 30 มิถุนายน 2553)

  • ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2551 วันที่ 20 มิถุนายน 2551 มีมติอนุมัติ ดังนี้
  • ยกเลิกการออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญในส่วนที่เหลือจำนวน 15 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา ตามที่เคยได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทครั้งที่ 1/2548 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2548
  • ยกเลิกการออกและจัดสรรหุ้นสามัญจำนวน 39,000,000 หุ้น ที่ได้สำรองไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิซื้อหุ้น สามัญของผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่บริษัทออกและเสนอขายให้แก่กรรมการ และ/หรือ พนักงานของบริษัท ตามโครงการ ESOP
  • ลดทุนจดทะเบียนจากทุนจดทะเบียนเดิม 6,213.56 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียน 5,589.56 ล้านบาท คิดเป็น หุ้นสามัญจำนวน 931.59 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 6 บาท
  • อนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญของบริษัทในวงเงินไม่เกิน 30 ล้านเหรียญ สหรัฐอเมริกา หรือเทียบเท่าเงินบาทไทยเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 1,000 ล้านบาท อายุหุ้นกู้แปลงสภาพไม่เกิน 5 ปี เพื่อเสนอขายผู้ลงทุนประเภทสถาบันต่างประเทศ หรือ ผู้ลงทุนประเภทสถาบันในประเทศ
  • เพิ่มทุนจดทะเบียน จากทุนจดทะเบียนเดิม 5,589.56 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียน 6,552.00 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 160.40 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 6 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิแปลง สภาพหุ้นกู้เป็นหุ้นสามัญตามที่ที่ประชุมวิสามัญที่มีมติอนุมัติไว้แล้ว
ปี 2550
  • มกราคม 2550
  • จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน) (“กรุงเทพบ้านฯ ”) ที่ได้จัดสรรให้แก่บริษัทซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นจำนวน 6,000,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 10 บาท รวมทั้งสิ้น 60,000,000 บาท เพื่อเป็นการรักษาสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทในกรุงเทพบ้านฯ

  • เมษายน 2550
  • จัดตั้งบริษัทย่อยขึ้นใหม่ มีชื่อว่า “บริษัท ไบรท์ ดีเวลลอปเมนท์ กรุงเทพ จำกัด” เพื่อบริหารพัฒนาโครงการ เมโทร สกาย รัชดา โดยมีทุนจดทะเบียน 1.0 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท บริษัทถือหุ้นร้อยละ 99.94
  • ออกและเสนอขายหุ้นกู้มีประกันของบริษัท ไบรท์ ดีเวลลอปเมนท์ กรุงเทพ จำกัด วงเงินรวมไม่เกิน 462,150,000 บาท อายุ 1 ปี เสนอขายให้แก่ Lehman Brothers Pan Asian Investments เพื่อนำเงินที่ได้จากการเสนอขายไปซื้อ ที่ดินถนนรัชดาภิเษก

  • กันยายน 2550
  • ให้จัดตั้งบริษัทย่อยขึ้นใหม่ มีชื่อว่า “บริษัท เซ็นเตอร์พ้อยท์ ช็อปปิ้ง มอลล์ จำกัด” เพื่อบริหารพัฒนาโครงการ ด้านศูนย์การค้า บนที่ดินสิทธิการเช่าของบริษัทที่โอนขายสิทธิการเช่าให้แก่บริษัทต่างประเทศที่ร่วมทุน ซึ่งมีความ เชี่ยวชาญทางด้านศูนย์การค้า โดยมีทุนจดทะเบียน 1.0 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 10,000 หุ้น มูลค่า ที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท บริษัทถือหุ้นร้อยละ 59.95 บริษัท ทิมเบอร์ไลน์ อินเวสเม้นท์ พีทีอี. ลิมิเต็ด ถือหุ้น ประมาณร้อยละ 40.00
ปี 2548
  • เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมโครงการแรก ภายใต้แบรนด์ “เมโทร พาร์ค”
ปี 2536
  • จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนจำกัด
ปี 2528
  • ก่อตั้งบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน)