TH EN

Message from the Board of Directors

ปี 2559 เป็นปีที่ต้องมีการจดจำและบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศไทย จากการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ในนามของบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ขอแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุด มิได้ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กษัตริย์นักพัฒนา ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ และเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

ในปี 2559 สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมก็ยังไม่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจ ภาวะหนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง ธนาคารพาณิชย์ยังคงเข้มงวดในการคัดกรอง ลูกค้าสินเชื่อ ส่งผลให้อัตราการปฏิเสธการขอสินเชื่อยังคงอยู่ที่ระดับ 30-40% อีกทั้ง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาฯ ของภาครัฐในช่วงปลายปี 2558 และต่อเนื่องมาจนถึงไตรมาสที่ 1 ปี 2559 เป็นเพียงการเร่งการตัดสินใจในการ ซื้อให้เร็วขึ้น มากกว่าที่จะกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมในเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจึงใช้ประโยชน์จากมาตรการนี้เพื่อเป็นการระบายสต๊อกมากกว่า การเปิดโครงการใหม่ ทำให้เมื่อมาตรการสิ้นสุดลงในช่วงต้นไตรมาส 2 อุปสงค์ ก็ชะลอลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ในไตรมาส 3 เริ่มเห็นอุปสงค์กลับเข้ามาในตลาด อีกครั้ง แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ส่งผลให้ทั้งประเทศอยู่ในภาวะ ของความโศกเศร้า ตลาดอสังหาริมทรัพย์กลับมาชะลอตัวอย่างชัดเจนอีกครั้ง การเปิดโครงการใหม่ กิจกรรมทางการตลาด ต่างต้องชะลอหรือเลื่อนออกไป ผู้บริโภคก็เลือกที่จะชะลอการตัดสินใจออกไปด้วย อย่างไรก็ดี การเปิดตัวโครงการ ที่อยู่อาศัยใหม่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2559 สามารถปรับสูงขึ้นเล็กน้อย 2% จากปี 2558 จากสินค้าแนวราบที่เปิดตัวเพิ่มขึ้น 16% ขณะที่คอนโดมิเนียม เปิดตัวลดลง 7% จากที่โครงการส่วนใหญ่จะมีการเลื่อนการเปิดตัวออกไป

และจากสถานการณ์ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ก็ได้ส่งผลกระทบต่อแผนการ เปิดโครงการใหม่ของบริษัทเช่นกัน โดยในปี 2559 บริษัทได้เปิดโครงการใหม่รวม 8 โครงการ รวมมูลค่า 7,980 ล้านบาท จากแผนที่ตั้งไว้ 18 โครงการ มูลค่ารวม 18,180 ล้านบาท เป็นแนวราบ 7 โครงการมูลค่า 6,580 ล้านบาท และโครงการ คอนโดมิเนียม 1 โครงการมูลค่า 1,400 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดขายลดลง 19% มาอยู่ที่ระดับ 10,757 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ 66% และ คอนโดมิเนียม 34% ตามลำดับ อย่างไรก็ดี รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 16% มาอยู่ที่ระดับ 12,465 ล้านบาท หลักๆ มาจากคอนโดมิเนียม 4,988 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% โดยส่วนหนึ่งมาจากการรับรู้รายได้ของ 3 โครงการใหม่ ในแบรนด์ เมโทรลักซ์ คือ พหลโยธิน 1, เกษตร และ ริเวอร์ฟร้อนต์ ขณะที่ธุรกิจบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ มียอดโอนลดลง 4% มาอยู่ที่ระดับ 6,614 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัท ยังมีรายได้จากการขายที่ดินมูลค่า 864 ล้านบาท, ธุรกิจโรงแรม 2,194 ล้านบาท, ธุรกิจให้เช่าและบริการ 361 ล้านบาท และก่อสร้าง 89 ล้านบาท ทำให้ยอดรายได้ รวมทั้งหมดของบริษัทอยู่ที่ระดับ 15,553 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปี 2558 อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 2.1% ใกล้เคียงกับปี 2558

อีกทั้ง คณะกรรมการก็สามารถบรรลุผลตามเป้าหมายที่ได้วางไว้กล่าวคือ ดำเนินงานให้รายได้ของบริษัทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จัดวางโครงสร้างการ ลงทุนที่ชัดเจนในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจโรงแรมภายใต้ GRAND ให้เป็นบริษัทบริหารโรงแรมชั้นนำ และพัฒนาโครงการแบบมิกซ์ยูสเป็นที่อยู่อาศัย และโรงแรมหรือรีสอร์ท จัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ในธรุ กจิ โรงแรม ขณะทีแ่ ผนพฒั นาธรุ กจิ โรงแรมในประเทศญีป่ นุ่ Kiroro กย็ งั คง ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะให้เห็นผลกำไรตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ ถึงแม้ว่า ในปี 2559 ผลการดำเนินงานของ Kiroro ยังคงมีผลขาดทุนอยู่

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2560 คณะกรรมการก็ได้วางนโยบายใน การดำเนินงานไว้ 3 แนวทางด้วยกันคือ

  • เพิ่มทุน เสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานทุนเพื่อรองรับการขยายการลงทุน และความเสี่ยงจากผลกระทบของภาวะแวดล้อมภายนอกที่ไม่อาจควบคุมได้ โดยบริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียน จำนวน 1,300 ล้านหุ้น และออกหุ้นกู้ ด้อยสิทธิคล้ายทุน (Perp.) ในวงเงินไม่เกิน 2,000 ล้านบาท ขณะที่ GRAND ก็ได้เพิ่มทุนจดทะเบียน จำนวน 2,110 ล้านหุ้น
  • เพิ่มรายได้ เพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มตลาดระดับพรีเมี่ยม โดยบริษัท เน้นบ้านเดี่ยวระดับกลางและราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป นอกจากนี้ ยังมีแผน เปิดโครงการใหม่ 16 โครงการ มูลค่ารวม 22,190 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ 11 โครงการ มูลค่ารวม 14,252 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่ารวม 7,938 ล้านบาท สำหรับ GRAND เน้นคอนโดระดับพรีเมี่ยมในเขตซีบีดี และวิลล่ากลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ โอนโครงการเดอะไฮด์ II ในไตรมาส 4/2560 จาก backlog 2,100 ล้านบาท และเปิดดำเนินการโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพ สุขุมวิท ปลายปี 2560 จัดตั้งกอง REIT ในส่วนของธุรกิจโรงแรม
  • เพิ่มกำไร โดยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร จากการเพิ่มประสิทธิภาพ ในการดำเนนิ งาน การบรหิ ารจดั การตน้ ทนุ ทางการเงนิ และการควบคมุ คา่ ใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพ เพื่อปรับปรับเรตติ้งของบริษัทให้ดีขึ้น

และคาดว่าจะได้ข้อสรุปในส่วนของพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศเข้ามาช่วย เสริมธุรกิจหลัก และวางเป้าหมายให้ผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมใน ประเทศญี่ปุ่น Kiroro ผ่านจุดคุ้มทุนและเริ่มมีผลกำไร โดยจะเน้นการทำการตลาด เป็นหลักทั้งในส่วนของโรงแรมและสกี ขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มขึ้น เพราะในช่วง 2 ปที ีผ่ า่ นมาไดม้ กี ารปรบั ปรงุ ในสว่ นของโรงแรมและสกี ซึง่ ในปี 2560 ผลติ ภณั ฑ์ ทั้ง 2 ส่วนมีความพร้อม 100% ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้รายได้และผลกำไรของบริษัทฯ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้าผู้มีอุปการคุณ นักลงทุน คู่ค้า พันธมิตร ตลอดจน สถาบันการเงิน ที่ได้ ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ด้วยดีมาโดยตลอด รวมถึงผู้บริหาร และพนักงานทุกคนที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนและทุ่มเท ตลอดปีที่ผ่านมา



(ดร. ธวัชชัย นาคะตะ)
ประธานกรรมการบริษัท


(นายชายนิด อรรถญาณสกุล)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร