TH EN

Message from the Board of Directors

ในปี 2560 ที่ผ่านมา สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมมีการออกตัวอย่างช้าๆ โดยมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560 จากภาคการส่งออกที่เติบโตขยายตัวในแบบที่ไม่คาดคิด และภาคการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บรรยากาศโดยรวมก็ยังไม่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจ มาตรการการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์จากรัฐบาลครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี 2558 ถึงต้นปี 2559 ทำให้มีการดึงเอา “ความต้องการซื้อบ้านในอนาคต” มาใช้ในปัจจุบัน ยังคงส่งผลให้มีการชะลอตัวทั้งในด้านอุปทานและอุปสงค์ อีกทั้งภาวะหนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง ธนาคารพาณิชย์ยังคงเข้มงวดในการคัดกรองลูกค้าสินเชื่อส่งผลให้อัตราการปฏิเสธการขอสินเชื่อยังคงอยู่ที่ระดับ 30-40%

โดยในปี 2560 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 7.6% มาอยู่ที่ระดับ 16,730.71 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 13,445.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมจำนวน 2,323.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9% รายได้ค่าเช่าและบริการ 344.14 ล้านบาท ลดลง 4.7% และมีรายได้จากการขายที่ดิน 1,225.45 ล้านบาท รายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง 32.47 ล้านบาท กำไรจากการขายสิทธิในการซื้อที่ดินและการจำหน่ายเงินลงทุนในการร่วมค้ารวม 211.81 ล้านบาท และรายได้อื่น ๆ จำนวน 373.25 ล้านบาท บริษัทและบริษัทย่อยได้เปิดโครงการใหม่รวม 15 โครงการ รวมมูลค่ารวม 14,626.50 ล้านบาท เป็นแนวราบ 12 โครงการ มูลค่า 11,769.00 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม 3 โครงการ มูลค่า 2,857.50 ล้านบาท

ในปี 2560 ท่ามกลางสถานการณ์ที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น คณะกรรมการได้ดำเนินการบริหารให้รายได้รวมมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากนโยบายที่ให้เน้นกลุ่มตลาดระดับพรีเมี่ยมมากขึ้นหลีกเลี่ยงตลาดที่เผชิญปัญหาความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ส่งผลให้สัดส่วนรายได้ในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น 16% ในธุรกิจโรงแรมภายใต้ GRAND ได้มีการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) โรงแรมเชอราตันหัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา “GAHREIT” ขึ้นเป็นกองแรกนับตั้งแต่ที่บริษัทฯ ได้เข้าไปซื้อกิจการ TPROP และ GRAND เมื่อปี 2558 มูลค่า 1,755 ล้านบาท และก็เป็นที่น่าพอใจที่บริษัทฯ สามารถลดหนี้ได้ 2,144 ล้านบาทในปี 2560 ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนลดลงจาก 1.96 เท่ามาอยู่ที่ระดับ 1.58 เท่าตามเป้าหมายที่ได้วางไว้

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2561 คณะกรรมการจะดำเนินนโยบายการดำเนินงานที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทฯ อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการเพิ่มรายได้ เพิ่มกำไร และการลดหนี้ และยิ่งไปกว่านั้น ก็จะได้เห็นความร่วมมือจากพันธมิตรต่างประเทศที่เป็นผู้ประกอบการชั้นนำระดับโลกเข้ามาช่วยสนับสนุนผลักดันรายได้จากธุรกิจหลัก โดยในกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีแผนที่จะเปิดโครงการใหม่ 25 โครงการ มูลค่ารวม 35,823 ล้านบาท เป็นแนวราบ 21 โครงการ มูลค่า 25,543 ล้าน คอนโดมิเนียม 4 โครงการ มูลค่า 10,280 ล้าน ซึ่งหนึ่งในโครงการคอนโดมิเนียมจะเป็นโครงการร่วมทุนกับบริษัท ซูมิโตโม ฟอร์เรสทรี จำกัด บริษัทยักษ์ใหญ่ในธุรกิจป่าไม้และที่อยู่อาศัยจากประเทศญี่ปุ่นผ่านการลงทุนในบริษัทร่วมทุนชื่อ บริษัท แกรนด์ สตาร์ จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ลักซ์ชัวรี่ในพื้นที่ย่านทองหล่อมูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท ในส่วนของแนวราบจะมีโครงการที่อยู่อาศัยแบรนด์ใหม่ เพอร์เฟค เรสซิเดนซ์ ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวในระดับราคา 10-15 ล้านบาท ขณะเดียวกันก็มีแผนการร่วมทุนกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่จากฮ่องกง เปิดโครงการบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการตลาดในกลุ่มตลาดระดับพรีเมี่ยมให้มากขึ้น

กลุ่มธุรกิจโรงแรม ก็จะเพิ่มความมั่นคงของกระแสรายได้ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้จากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง โดยจะมีโรงแรมใหม่เพิ่มเข้ามาใน portfolio ได้แก่ ไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพ สุขุมวิท (273 ห้อง) และมีแผนที่จะเข้าซื้อกิจการบริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (ROH) ซึ่งดำเนินกิจการ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน (726 ห้อง) ส่งผลให้ portfolio ของโรงแรมจะเพิ่มขึ้นจาก 4 โรงแรมเป็น 6 โรงแรมและมีจำนวนห้องเพิ่มขึ้นจาก 1,078 ห้องเป็น 2,077 ห้อง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็จะขายเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ต่อไป สำหรับการบริหารจัดการ บริษัทฯ จะก้าวเดินไปกับ Marriott และ Hyatt บริษัทบริหารจัดการด้านโรงแรมที่ดีและใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะทำให้ได้รับประโยชน์ทั้งจากฐานลูกค้าในรูปแบบ Loyalty Members ของ Marriott ที่มีมากกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก และจากความโดดเด่นของ Hyatt ซึ่งเป็นบริษัทที่มีการบริหารจัดการด้าน F&B ที่ดีที่สุดในโลก ขณะเดียวกัน ยังมีแผนที่จะขยายการลงทุนไปที่จังหวัดระยองในลักษณะของโครงการมิกซ์ยูสเป็นที่อยู่อาศัยแบบวิลล่า คอนโดมิเนียมและโรงแรมหรือรีสอร์ท เพื่อรองรับโครงการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ขณะที่การปรับปรุงผลการดำเนินงานของ คิโรโระ รีสอร์ท คณะกรรมการก็คาดว่าจะได้ข้อสรุปกับบริษัทด้านสกียักษ์ใหญ่ระดับโลกที่จะเข้ามาสนับสนุนแผนการ Turnaround ผลการดำเนินงานของคิโรโระ รีสอร์ท จากความเชี่ยวชาญในการเป็นบริษัทบริหารจัดการสกีฟิลด์ โรงแรมบนภูเขา และการท่องเที่ยวภูเขารายใหญ่ของโลก คาดว่าจะทำให้คิโรโระ รีสอร์ท มีจำนวน visitors เพิ่มมากขึ้น และเมื่อมี visitors เพิ่มมากขึ้น ก็จะเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจโรงแรม และสามารถต่อยอดไปสู่แผนการพัฒนาที่พักอาศัย วิลล่าและคอนโดมิเนียมต่อไป

สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้าผู้มีอุปการคุณ นักลงทุน คู่ค้า พันธมิตร ตลอดจน สถาบันการเงิน ที่ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ด้วยดีมาโดยตลอด รวมถึงผู้บริหารและพนักงานทุกคนที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนและทุ่มเท ตลอดปีที่ผ่านมา



(ดร. ธวัชชัย นาคะตะ)
ประธานกรรมการบริษัท


(นายชายนิด อรรถญาณสกุล)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร